โรคไมเกรน

ไมเกรน เป็นอาการปวดศรีษะเป็นอาการปวดที่สร้างความทรมานให้กับผู้ป่วย มักพบใน
ช่วงวัยรุ่น โดยมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน

อาการ

ปวดศีรษะแถวขมับ หรือบริเวณเบ้าตาเหมือนหัวใจเต้นตุ๊บๆ อาจจะปวดข้างเดียวหรือทั้ง 2 
ข้าง
 คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร มักจะปวดเมื่อพบกับสิ่งกระตุ้น เช่น แสงจ้า เย็นหรือร้อนจัด เสียง
ดัง 
อาจจะมีอาการนำ ที่เรียกว่า Aura คือจะอาจจะเห็นแสงแวบ แสงจ้า ตาพร่ามัว อาการชา แต่
อาการนี้ไม่พบในผู้ป่วยทุกคน ความจริงอาการปวดข้างเดียวไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกอะไรเลยว่าเป็น
ไมเกรน ปวดข้างเดียวนี้ อาจะเป็นเนื้องอก หรือเกิดจากล้ามเนื้อตึงตัวก็ได้ ตกหมอน

สาเหตุ

 ไมเกรนเป็นอาการปวดศีรษะข้างเดียวที่เกิดจากการเกร็งตัวของ กล้ามเนื้อ บริเวณบ่า และ 
Trigger Point (จุดกดเจ็บ) บริเวณ ต้นคอ ทำให้เลือดและออกซิเจนไม่สามารถไปเลี้ยงบริเวณศีรษะ
ได้ เมื่อได้รับปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวมากขึ้น เช่น ความเครียด ความร้อน การพักผ่อน
ที่ไม่เพียงพอทำให้เกิดแรงดันของเลือดที่ขึ้นไปเลี้ยงศีรษะไม่เท่ากันจึงเกิดอาการปวดศีรษะข้างเดียว
โดยจะปวดข้างที่มี 
Trigger Point มาก

• อาการตาพร่า และการเห็นแสงออร่า ที่เกิดร่วมกับการปวดไมเกรน เกิดมาจากเส้นเลือดที่
ไปเลี้ยงจอประสาทตา ถูก 
Trigger Point กดท้บ ทำให้เลือดไปเลี้ยงจอประสาทตาไม่พอ

• เนื่องจากการปวดไมเกรนเกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อที่สะสมมานาน ทำให้การทาน
ยาแก้ปวดไม่สามารถรักษาได้เนื่องจากการทานยาแก้ปวดเป็นการบรรเทาอาการไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุ 
และไม่ได้ทำให้ 
Trigger Point หายไป นอกจากนี้ การทานยาแก้ปวดสม่ำเสมอยังมีผลข้างเคียงต่อ 
กระเพาะอาหาร ตับ และไตอีกด้วย 
และยังมีปัจจัยอีกมากที่เป็นสาเหตุที่จะทำให้เกิดอาการไมเกรน

การรักษา

การรักษาไมเกรน รักษาได้โดยการพยายามหาทางบรรเทาอาการปวดหัวและหลีกเลี่ยงให้
ห่างจากปัจจัยที่จะทำให้อาการไมเกรนรุนแรงขึ้น การบรรเทาการปวดหัวไมเกรนควรเริ่มจากการ
นอนนิ่งๆหรือนอนหลับไปเลยอาจใช้วิธีนวด ประคบร้อนหรือเย็นเพื่อให้เกิดการผ่อนคลาย หาก
อาการไมเกรนยังไม่ดีขึ้นก็ต้องกินยารักษาไมเกรน ถ้าปวดไม่มากก็เริ่มจากการกินยาแก้ปวดธรรมดา
ก่อนคือยาพาราเซตามอล (
Paracetamol) หากยังไม่ดีขึ้นให้ใช้ยาแก้ไมเกรนที่มีฤทธิ์แรงขึ้นเช่น 
บรูเฟ่น (
Ibuprofen) หรือ พอนสะแตน (Ponstan) การใช้ยารักษาไมเกรนสองชนิดนี้ต้องใช้ด้วย
ความระมัดระวังเพราะมีฤทธิ์ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารโดยต้องกินหลังอาหารทันที ยารักษา
ไมเกรนอีกชนิดคือ คาเฟอกอต (
Cafergot) เป็นยาที่มีผลในการปิดกั้นการออกฤทธิ์ต้าน Serotonin 
ที่ทำให้เกิดการปวดหัวไมเกรน การใช้ยาเหล่านี้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์เพราะเป็นยาที่มี
ฤทธิ์รักษาไมเกรนโดยเฉพาะและอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาได้ (
Side Effect) 

นอกจากการรักษาไมเกรนโดยการใช้ยาแล้ว ผู้ป่วยควรรู้วิธีป้องกันโรคไมเกรนโดยปรับพฤติกรรม
ให้ทำกิจวัตรต่างๆในแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอเพราะสาเหตุหนึ่งของปวดหัวไมเกรนคือร่างกายมี
การตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่มากเกินไป พยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการไมเกรน
เช่น อาหารที่ใส่เครื่องปรุงรสมากเกินไป ภาวะที่เคร่งเครียด แดดร้อน เสียงดังมาก ควันบุหรี่ ฯลฯ 
หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วอาการปวดไมเกรน (
Migraine Headache) ยังรุนแรงอยู่และ
ความถี่ในการปวดไมเกรนมากกว่า 
2-3 ครั้งในหนึ่งเดือนก็จำเป็นต้องใช้ยารักษาไมเกรนโดยต้อง
รู้จักเลือกใช้ยาแก้ไมเกรนที่เหมาะสมทั้งชนิดและขนาดของยาที่ใช้ให้พอดีกับตัวผู้ป่วยซึ่งเรื่องนี้
ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์

ปัจจุบันมีการรักษาโดยการฝังเข็ม หรือรับประทานยาจำพวก แอสไพริน พาราเซตามอล 
ไอบูโปรเฟน เป็นการรักษาเพื่อบรรเทาอาการ แต่หากต้องการทางเลือกที่ดีและปลอดภัยโดยไม่ใช้
ยาไม่ผ่าตัด ควรเลือกเข้ารับการบำบัดรักษาแบบต่อเนื่องด้วยเทคนิคการรักษาแบบไคโรแพรคติก

ที่สยามไคโรแพรคติก เรามีแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์กว่า 25 ปี อุปกรณ์ที่มี
คุณภาพ และบุคคลากรที่พร้อมช่วยเหลือ ดูแล อย่างใส่ใจ